วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สยบข่าวเกย์ “กาย” ทำ “ฮารุ” ป่อง 6 สัปดาห์





ปิดไม่มิด “กาย รัชชานนท์ สุขประกอบ” จึงต้องควงแฟนสาว “ฮารุ ยามากูชิ” ที่คบหากันมาเกือบ 4 ปีตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าเตรียมจะแต่งงานแบบสายฟ้าแลบเนื่องจากฝ่ายหญิงกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ ทั้งที่เมื่อสองเดือนก่อนยังเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่มีแพลนว่าจะเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาวแต่อย่างใด มาวันนี้ทั้งกายและฮารุแถลงข่าวยอมรับว่า “ท้องก่อนแต่ง” ด้วยหน้าตาชื่นมื่น เพราะพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายแฮปปี้ที่ทั้งสองกำลังจะใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกัน โดยข่าวฮารุ แฟนสาวของกายตั้งท้องซึ่งนำไปสู่พิธีแต่งงานที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมก็สยบข่าวกายเป็นเกย์ที่เมาท์กันมาตลอด ตั้งแต่กายทำงานอยู่ในวงการบันเทิงอีกด้วย
       
       เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากมีคนตาดีแอบเห็นกายจูงมือฮารุ แฟนสาว ไปตรวจสอบเรื่องการตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านสามเสนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากหายเข้าห้องตรวจกันไปพักใหญ่ กายกับฮารุก็ออกมานั่งฟังผล ก่อนที่หมอและพยาบาลจะออกมาแจ้งผลการตรวจที่ทำให้ทั้งฮารุกับกายถึงกับช็อกจนหน้าเปลี่ยนสี ฝ่ายหญิงย้ำคำถามกับพยาบาลสาวหลายต่อหลายครั้ง ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังยืนอึ้งท่ามกลางสายตาของคนที่อยู่บริเวณนั้นจนกลายเป็นเรื่องเมาท์กระฉ่อนว่อนโลกไซเบอร์ว่าฮารุ แฟนกาย “ท้องก่อนแต่ง” ซึ่งลือไปลือมาก็กลายเป็นว่าฮารุตั้งครรภ์นาน 4 เดือนแล้ว
       
       ไม่ได้พลาด แต่ตั้งใจ “ป่อง”?
       เมื่อข่าวลือหนาหูขึ้นเรื่อยๆ กายกับฮารุจึงนำเรื่องไปปรึกษาผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจนนำไปสู่วิธียุติปัญหาที่ว่าให้ทั้งคู่รีบจัดพิธีแต่งงานกันให้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อไปดูฤกษ์แต่งงานแล้วก็ได้ฤกษ์ที่เร็วที่สุดคือ 11 สิงหาคม เมื่อทุกอย่างพร้อมกายจึงตัดสินใจจูงมือฮารุมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดทันที
       
       กายบอกว่าเขาคุยเรื่องแต่งงานกับฮารุมานานหลายปีแล้ว ซึ่งฮารุก็บอกว่าให้มีบ้านก่อนซึ่งเขาก็ตั้งใจทำงานเก็บเงินซื้อบ้านได้หนึ่งหลัง หลังจากนั้นเขาก็ให้พ่อและแม่ไปเจรจาสู่ขอฮารุกับพ่อและแม่ของฝ่ายหญิงจนเซย์เยสทั้งสองฝ่าย ซึ่งในช่วงแรกฤกษ์แต่งงานที่ได้คือเดือนธันวาคมปีนี้ แต่ฮารุกลับมาท้องเสียก่อน จึงต้องเลื่อนงานแต่งงานให้เร็วขึ้นมาเพราะฝ่ายหญิงกลัวว่าถ้าท้องโตจะใส่ชุดแต่งงานไม่สวย
       
       ฮารุยืนยันว่าที่ตั้งท้องครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจไม่ใช่ผิดพลาด เพราะคิดว่าตัวเองและแฟนหนุ่มพร้อมที่จะใช้ชีวิตคู่และมีลูกแล้ว เนื่องจากพร้อมแล้วทั้งหน้าที่การงาน คุณวุฒิ และวัยวุฒิ และที่สำคัญคุณพ่อของเธออายุ 74 ปี คุณแม่ก็อายุ 64 ปีแล้ว ทั้งพ่อและแม่ของฮารุเคยเปรยว่าอยากเห็นหน้าหลานก่อนตายซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ฮารุอยากมีลูกแม้ตัวเองจะอายุแค่ 24 ปีเท่านั้น
       สยบข่าวเกย์
       
       ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มมีผลงานในวงการบันเทิง “กาย รัชชานนท์” เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ตกเป็นข่าวเรื่องเป็นเกย์บ่อยที่สุดคนหนึ่ง แม้ช่วงแรกจะมีข่าวควงสาวไม่ซ้ำหน้าจนกระทั่งมาลงเอยเป็นแฟนกับนักร้องสาวสุดเซ็กซี่ “แนนนี่ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่” ก็ไม่ได้ทำให้ข่าวเกย์ของกายลดน้อยลงเลย โดยเฉพาะเมื่อกายประกาศเลิกรากับแนนนี่ ข่าวเรื่องเขาเป็นเกย์ก็ยิ่งโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง เพราะแมลงเมาท์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสาเหตุที่กายบอกเลิกกับแนนนี่ก็เพราะว่าเขาเป็นเกย์นั่นเอง
       
       เกย์น้อย เกย์ใหญ่หลายต่อหลายรายที่ได้พบกายตัวเป็นๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากายในจอกับนอกจากนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในจอดูแมนๆ เข้มๆ แต่หลังกล้องกายก็ทำเอา “เกย์ดาร์” ของเกย์หลายคนกระดิกยิกๆ ด้วยกิริยาท่วงท่าการเดิน การพูดที่แอบหวานเกินหนุ่มทำให้เกย์หลายคนฟันธงว่ากายเป็นเกย์ แถมยังเจาะลึกลงไปอีกว่าเป็นประเภทถนัดรับอีกด้วย
       
       ด้วยโครงหน้าที่เป๊ะ หุ่นฟิตแน่นประสาหนุ่มที่รักการออกกำลังกายทำให้กายมีรูปพรรณสัณฐานที่ใกล้เคียงพิมพ์นิยมของเกย์มากขึ้น ระยะแรกเสียงเมาท์เรื่องเกย์ของกายหนาหูมาก โดยคนที่ตกเป็นข่าวคู่เกย์กับกายหนักที่สุดคือ “นัท ณัฐ ศักดาทร” เนื่องจากมีคลิปคนหน้าเหมือนหลุดออกมาว่อนอินเทอร์เน็ต โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปการร่วมกิจกรรมระเริงรักระหว่างหนุ่มสองคนที่คนหนึ่งหน้าคล้ายนัท ส่วนอีกคนก็หน้าคล้ายกาย แต่กายก็ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่เขา ส่วนกับนัทก็ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ
       นอกจากนั้นกายยังตกเป็นข่าวคู่เกย์กับ “ฟลุค เดอะสตาร์” ซึ่งเป็นเพื่อนซี้กันอีกด้วย โดยฟลุคออกมายืนยันว่ากายแมนทั้งแท่ง เขาบอกว่าตัวเขายังใกล้เคียงกับการเป็นเกย์มากกว่ากายเสียอีก เนื่องจากกายเป็นผู้ชายที่แมนมากๆ แถมยังเจ้าชู้อีกด้วย แต่ความเจ้าชู้ของกายก็ต้องยุติลงเมื่อมาพบกับฮารุ ยามากูชิ นักแสดงและพิธีกรสาวร่างเล็กคนนี้
       
       ความรักของ “กาย” กับ “ฮารุ”
       กายบอกว่าเขาประทับใจฮารุตรงที่เป็นคนอารมณ์ดี หัวเราะได้กับทุกเรื่อง หลังจากที่เขาพาฮารุไปพบคุณแม่ในครั้งแรก แม่ก็ชอบและบอกเขาว่าฮารุเป็นคนน่ารัก หัวเราะตลอดเวลา ซึ่งนิสัยสบายๆไม่ซีเรียสกับอะไรมากนี่เองที่คล้ายคลึงกับเขา เพราะตัวเขาเองก็เป็นนักเรียนโรงเรียนอินเตอร์เหมือนกับฮารุและยังเป็นคนที่ไม่คิดมากกับเรื่องต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเหมือนกันอีกด้วย
       
       หลังจากเลิกรากับแนนนี่เนื่องจากไลฟ์สไตล์และนิสัยไม่เหมือนกัน กายก็เคว้งคว้างและตกเป็นข่าวกับสาว(และหนุ่ม) หลายคน จนกระทั่งมีคนแอบเห็นกายเดินควงกะหนุงกะหนิงกับฮารุที่ชายหาด พัทยา เมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2553 ซึ่งใครหลายคนที่ได้เห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากายกับฮารุทำให้น้ำทะเลหวานเลยทีเดียว
       
       กายกับฮารุรู้จักและสนิทสนมกันเพราะมาแสดงภาพยนตร์ เการักที่เกาหลี ซอร์รี่ ซารังเฮโย ของพจน์ อานนท์ ด้วยกัน จากความใกล้ชิดที่ทั้งสองต้องเดินทางไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่ประเทศเกาหลีร่วมกันนานนับเดือนได้ทำให้ทั้งคู่พูดคุยกันมากขึ้นจนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้นทุกที
       
       หลังจากที่คบกันเมื่อปี พ.ศ. 2553 กายกับฮารุก็ไม่เคยมีข่าวทะเลาะเบาะแว้งหรือเรื่องฉาวอะไรเลย เป็นความรักราบเรียบเสียจนหลายคนอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ทั้งคู่จะมีข่าวดีเสียที จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่นักข่าวไปรุมสัมภาษณ์กายว่าเมื่อไหร่จะมีแพลนแต่งงาน แต่วันนั้นกายบอกว่ายังไม่ได้วางแผนเรื่องนี้กับฮารุอย่างจริงจัง จนกระทั่งมาถึงวันนี้ที่ทั้งสองยอมรับว่าได้อยู่ด้วยกันโดยที่ยังไมได้แต่งงาน และฮารุก็กำลังตั้งท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว ซึ่งนำไปสู่การเตรียมจัดงานวิวาห์สายฟ้าแลบที่จะเกิดขึ้นในต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
       
       ความคิดเห็นในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนใหญ่ยอมรับได้ที่ทั้งคู่ออกมายอมรับและตัดสินใจแต่งงานกันแบบนี้ แต่ทั้งนี้ก็มีบางเสียงค้านว่าการท้องก่อนแต่งไม่เหมาะกับขนบประเพณีในสังคมไทย การที่ทั้งคู่ออกมายอมรับแบบหน้าชื่นตาบานแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะชื่นชมแต่อย่างใด
       .....................................................................
       
       ที่มา นิตยสาร ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 196 วันที่ 6-12 กรกฎาคม 2556








ขาวใสอย่างหมออ้อย ด้วย B-Zye plus



B-ZYE PLUS บีซายพลัส โทร.089-071-8889 http://www.VivaAragon.com หรือ http://goo.gl/hz1d9
B-ZYE PLUS บีซายพลัส กระชับจุดซ่อนเร้น กระชับทรวงอก ระงับกลิ่น หน้าใส อกเฟิร์ม ผิวขาวอมชมพู อกฟู รูฟิต มีลูกยาก

เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย - อ๊อฟ ปองศักดิ์【OFFICIAL MV】







เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย - อ๊อฟ ปองศักดิ์



สุขก็เพราะรัก เศร้าก็เพราะรัก
เจ็บก็ต้องจาก ได้อยู่ก็ฝืนใจ
ห่างกันแสนไกล โกรธยังฝังใจ
แต่ไม่รู้ทำไมตอนจบได้รักกัน

เรื่องราวจบลงด้วยดีอยู่ในนิยายเรื่องเก่า
เรื่องจริงจบลงอย่างไรใครจะรู้

ก็ขึ้นชื่อว่าความรัก
ความรักในชีวิตจริงไม่มีอะไรแน่นอน
ใจมันอ่อนแอแพ้ความรัก
เพึ่งรู้ว่ารักในชีวิตจริงมันยิ่งกว่าในนิยาย

ใครจะบอกได้ว่าเราควรหยุดพักหรือไปต่อ
อย่าท้อถ้าเธอทำดีที่สุดแล้ว
คงมีสักวันที่ความรักนั้นจะเป็นของเธอ

เรื่องราวจบลงด้วยดีอยู่ในนิยายเรื่องเก่า
เรื่องจริงจบลงอย่างไรใครจะรู้

ก็ขึ้นชื่อว่าความรัก
ความรักในชีวิตจริงไม่มีอะไรแน่นอน
ใจมันอ่อนแอแพ้ความรัก
เพิ่งรู้ว่ารักในชีวิตจริงมันยิ่งกว่าในนิยาย

ใครจะบอกได้ว่าเราควรหยุดพักหรือไปต่อ
อย่าท้อถ้าเธอทำดีที่สุดแล้ว
คงมีสักวันที่ความรักนั้นจะเป็นของเธอ

ก็ขึ้นชื่อว่าความรัก
ความรักที่แท้จริงไม่มีอะไรแน่นอน
ใจมันอ่อนแอแพ้ความรัก
ความรักที่แท้จริงมันยิ่งกว่าในนิยายของเธอ

‘ครั้งแรก’ ของตั๊ก-บงกช ‘นางฟ้า’ ของป๋าบุญชัย




มองเผินๆ อาจดูเป็นเพียงดาราสาวเซ็กซี่ที่คนดูจดจำได้ในรูปร่างซึ่งมีทรวดทรงองค์ร่างเป็นเอกลักษณ์ แต่ “ตั๊ก-บงกช คงมาลัย” มีสิ่งพิเศษยิ่งไปกว่านั้น และผลงานการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกเรื่องแรกของเธอ แม้จะเป็นการกำกับร่วม ก็สะท้อนอะไรออกมาหลายสิ่งอย่าง
       
        มีคนถามผมว่า ดูหนังเรื่อง “นางฟ้า” แล้ว ผมเห็นอะไรในตัวของตั๊ก-บงกช ผมตอบอย่างไม่ลังเลเลยครับว่า มันคือ “สายตา” หรือ “มุมมอง” ที่หญิงสาวคนนี้มีอยู่ในตัวเอง สายตาที่ว่านั้นมันชอนไชเข้าไปในหลืบซอกของสังคม เข้าไปในชีวิตของผู้คนที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มตัวละครที่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับในสังคม เป็นตัวละครที่ถูกทิ้งร้างไว้ในด้านที่ปรักหักพังของสังคม แต่ตั๊ก-บงกช ก็ได้สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านภาพยนตร์ว่า พวกเธอและเขาเหล่านั้นต่างก็เป็นมนุษย์ มีเลือดมีเนื้อ มีความมุ่งมั่น มีความใฝ่ฝัน และที่สำคัญก็คือมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในความเป็นคน เช่นเดียวกับมนุษย์มนาหน้าอื่นๆ
       
        อันที่จริง โดยส่วนตัว ผมรู้สึกว่าคุณตั๊ก-บงกช จะทำหนังที่มัน “ง่ายๆ” แบบประเภทขายอะไรที่มันเบาสมองก็น่าจะพอขายได้แล้ว แต่ “นางฟ้า” กลับมุ่งมาในทางหนังซีเรียส ที่พาตัวเองเข้าไปแตะหลายๆ ประเด็นพร้อมกัน และทุกสิ่งเหล่านั้น ต่างก็เป็นสิ่งที่ “มีอยู่จริง” ในสังคมของเรา
       
        จากมุมกล้องที่มองลงมาจากมุมสูงและกว้างในฉากเปิดเรื่อง เหมือนเป็นตัวแทนภาพสายตาของพระเจ้าที่มองลงมายังโลกมนุษย์ หนังพาเราเข้าไปรับรู้เรื่องราวชีวิตของตัวละคร 2-3 คนที่มีความเกี่ยวข้องกันโดยหน้าที่การงาน “เฟิร์น” (ตั๊ก บงกช), “รุ้ง” (ญาญ่า หญิ๋ง) และ “มินต์” (อมยิ้ม-จุฬาลักษณ์) ทั้งสามสาว คือดวงดาวพราวแสงแห่งแองเจิ้ลบาร์กลางเมืองพัทยา ลีลาท่าเต้นของพวกเธอคือจุดดึงดูดบบรรดาแมลงราตรีให้โบยบินเข้ามายังบาร์แห่งนี้ รวมไปถึงผู้ชายหลายคนที่เข้ามาสร้างผลกระทบต่อชีวิตของพวกเธอ
       
        อันที่จริง สิ่งที่หญิงสาวได้พบเจอ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นโศกนาฏกรรมที่เรามักพบเห็นอยู่ได้ทุกเช้าค่ำหรือตามหน้าหนังสือพิมพ์ ชีวิตบนเส้นทางสายนี้ มันก็คล้ายๆ กับที่คุณป้าเจ้าของบาร์ในเรื่องพูดว่า เป็นชีวิตที่อาภัพ มันมีหลายสิ่งที่ต้องเผชิญ นากจากเรื่องผู้ชายที่มักจะเข้ามาเพียงเพื่อหาเศษหาเลยจากพวกเธอแล้ว ความเป็นอนิจจังแห่งสังขารก็ไล่ล่าเธอพวกอยู่อย่างเงียบๆ เพราะงานแบบนี้คุณจะทำไปทั้งชีวิตคงไม่ได้ มันย่อมมีคลื่นลูกใหม่ที่ “สดกว่า” เกิดขึ้นมาแทนที่คุณ หนังใส่ฉากเปิดตัวสาวคาบาเร่ต์คนใหม่เข้ามาด้วยเพื่อบอกกล่าวถึงสัจธรรมข้อนี้
       
        ดังนั้น มันก็จึงไม่แปลก หากพวกเธอคิดจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายสักคนที่เดินเข้ามา ด้วยความหวังว่าจะเป็นหนทางที่พาเธอออกไปจากโลกมืดใบนั้น ดังเช่นกรณีของ “รุ้ง” (ญาญ่า หญิ๋ง) ที่พลันพบสบโอกาสเห็นความก้าวหน้าในชีวิตกับชายหนุ่มเมืองนอก ก็กระโจนออกไป เพราะคิดว่ามันคือหนึ่งในทางที่ไม่ค่อยมีให้เลือกมากนัก
       

        ตั๊ก-บงกช กับการกำกับหนังครั้งแรก ร่วมกับคุณวิโรจน์ ศรีสิทธ์เสรีอมร ในผลลัพธ์ภาพรวม ถือว่าออกมาเหนือความคาดหมายครับ คือดีกว่าที่คิดหวังไว้ ในมุมมองของคนดูหนังไทยมาโดยตลอด ผมคิดว่าหนังไทยส่วนมาก แค่การเล่าเรื่องให้มีต้นสายปลายเหตุก็แทบจะเอาตัวไม่รอดกันแล้ว คือกระโดดไปกระโดดมา ไร้ความต่อเนื่อง แต่กับ “นางฟ้า” ผมคิดว่าหนังไม่มีปัญหาในเรื่องนั้น หนังมีเส้นเรื่องและก็ดำเนินต่อเนื่องเล่าไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง คือดูแล้วรู้เรื่องและเข้าใจว่าผู้สร้างผู้ทำต้องการจะสื่ออะไร บอกอะไรกับคนดูผู้ชม
       
        หนังมีเนื้อหาหลายส่วนที่ควรพูดถึง ไล่ตั้งแต่ชีวิตอาภัพของนางโชว์ และปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้น ซึ่งหนังได้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาทั้งหมดล้วนเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่ แม้แต่ลูกที่เติบโตมา ก็เกิดมีปัญหากับผู้ปกครอง เพราะทัศนคติวิธีคิดบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการปรับจูน นั่นยังไม่ต้องพูดถึงอคติเกี่ยวกับเรื่องเพศที่หนังใส่เข้ามา สร้างความรู้สึกสะท้อนสะเทือนใจ
       
        เบื้องหลังฉากหน้าเวทีที่สวยหรูงดงาม แฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเจ็บปวด หนังมีความมืดหม่นปนไปกับแสงไฟสว่างวอมแวม ในบางมุมมอง แสงไฟวอมแวมที่ส่องต้องร่างกายของพวกเธอยามเต้นรำ มันก็ไม่ต่างอะไรกันกับแสงสีแห่งชีวิตของพวกเธอที่ดูเหมือนจะค้นหา “วันที่แสงสว่างจ้า” ไม่ค่อยเจอ
       
        เหมือนกับหนังหลายๆ เรื่องซึ่งเกี่ยวเนื่องกับอาชีพนางโชว์หรือโลกแห่งแสงสียามค่ำคืน ที่มักจะต้องมีหลากหลายเรื่องราวด้านมืดเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด ไปจนถึงเซ็กซ์ที่ผิดศีลธรรม ซึ่งเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นควบคู่กับชะตากรรมของตัวละคร ในหนังเรื่องนี้ก็นำเสนอสิ่งนั้น แม้ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็เป็นการจำลองภาพว่า ในโลกใบดังกล่าว หญิงสาวมีโอกาสที่จะต้องพานพบ
       
        พูดกันอย่างถึงที่สุด “นางฟ้า” เป็นหนังที่มีความดีอยู่ในตัวเอง ทั้งโครงสร้างการเล่าเรื่อง และประเด็นเนื้อหาสาระ ความสวยงามเซ็กซี่นั้นก็มีตามแบบฉบับของหนังนางโชว์ ความเข้มข้นก็มีในแบบของหนังชีวิต มันอาจไม่ได้ซับซ้อนซ่อนปมแบบเดียวกับ Chicago แต่ก็ดูหม่นเศร้าในท่ามกลางแสงนีออนสะท้อนใจ มันอาจไม่ได้เริดหรูอลังการงานเต้นเช่นเดียวกับ Burlesque แต่ก็นุ่มนวลยวนเย้าในแบบเบ้าของนางโชว์ คุณตั๊ก-บงกช สอบผ่านในการทำหนังเรื่องแรก และเชื่อได้เลยว่า งานชิ้นต่อๆ ไป คุณตั๊กสามารถทำหนังชิงรางวัลได้อย่างแน่นอน




ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก
ที่โด่งดังจากคลิป โดม กินวิตามิน
วีว่าพลัส VIVA plus




Last Summer เทียบกับ ลัดดาแลนด์ ได้ไหม?





อาจจะเป็นการปลุกปั่นกระแส ด้วยหวังผลทางการตลาด อาจจะเป็นเพราะว่าเนื้อหาของหนังเทียบเคียงกันได้ หรือจะเพราะอะไรก็ตามแต่ แต่สุดท้าย หลายคนก็มีคำถามกับผมว่า ตกลงแล้ว หนังผีที่เข้าฉายเรื่องล่าสุดอย่าง “Last Summer ฤดูร้อนนั้น... ฉันตาย” คล้ายกับ “ลัดดาแลนด์” หรือไม่ในแง่ของคุณภาพหรือความดี
       
        บอกกล่าวเล่าความให้ฟังในเบื้องต้นสักเล็กน้อยครับว่า Last Summer หรือ “ฤดูร้อนนั้น... ฉันตาย” เป็นผลงานเรื่องแรกของค่ายหนังอย่างทาเลนต์ วัน (Talent 1) ซึ่งวางโจทย์ให้กับตัวเองว่าจะเป็นค่ายที่เดินมาในทางของการสร้างหนังผีโดยเฉพาะ ถ้าเข้าใจไม่ผิด ผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการบุกเบิกค่ายนี้ขึ้นมา เคยทำหนังสือนิยายพวกสยองขวัญมาก่อน และทักษะบางอย่างที่เกิดจากการคลุกคลีอยู่กับนิยายผีมาอย่างช่ำชอง ก็ดูเหมือนว่าจะถูกผ่องถ่ายมาสู่งานชิ้นแรกอย่างเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
        พูดกันจริงๆ การที่ทาเลนต์ วัน เน้นไปทางหนังผี ถือเป็นการตัดสินใจที่ดี เพราะหนังผีก็เหมือนกับหนังรัก หนังแอ็กชั่น ตลก ที่พอจะการันตีได้ว่าน่าจะเป็นหนังประเภทแรกๆ ที่ยังคงทำเงินได้สม่ำเสมอ จะทำมากหรือน้อยนั่นอีกเรื่องหนึ่ง เอาง่ายๆ ว่า แม้แต่ค่ายหนังไฟว์สตาร์ที่เมื่อก่อนเน้นทำหนังไฮเดฟ คุณภาพสูง ประเภทที่สะท้อนสังคมหรือกระตุ้นให้คนได้คิด แต่ช่วงหลัง ค่าหนังห้าดาวก็หันมาจับหนังตลาดๆ อย่างหนังผีเป็นหลัก และเราคนดูก็คงจะโดนไฟว์สตาร์ส่งผีมาหลอกไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะอย่างน้อย งานผีสองเรื่องที่ผ่านมา ก็ทำให้ไฟว์สตาร์ยิ้มออก ยกตัวอย่าง หนังเรื่อง “เที่ยวบินผี” เรื่องเดียว ทำเงินได้มากกว่าหนังที่ผ่านมาหลายเรื่องรวมกันซะด้วยซ้ำ
       
        อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่า “ผียังขายได้” แต่คำถามก็คือ “ผี” บวกกับอะไรมากกว่า เพราะการปล่อยผีมาหลอกคนดูเพียงอย่างเดียว มันดูจะไม่ใช่ตรรกะของหนังผียุคนี้เสียแล้ว เพราะหนังผีทั้งหมดจะต้อง “บวก” กับอะไรสักอย่างเสมอๆ อาจจะบวกกับตลก เหมือนอย่างหนังของพจน์ อานนท์ แต่ที่เห็นบ่อยและเยอะที่สุด น่าจะเป็นผีบวกกับดราม่า และแน่นอนครับว่า นี่คือ “ทิศทาง” ของค่ายหนังอย่างทาเลนต์ วัน ที่จะเดินไป ซึ่งงานเรื่องแรกนี้ก็ประกาศจุดยืนออกมาได้ชัดเจน
       
        ผมว่า ทาเลนต์ วัน นั้น ทำการบ้านและกลั่นกรองมาอย่างดีถึงดีมาก กับหนังเรื่องแรก Last Summer คืออย่างน้อยที่สุด ก็สามารถ “อ่านใจตลาดขาด” ระดับหนึ่ง ตลาดต้องการอะไร หนังหนึ่งเรื่องจะต้องมีองค์ประกอบแบบใดบ้าง หนึ่ง แนวหนัง ต้องเป็นแนวที่ได้รับความนิยม ซึ่งก็คือหนังผี สอง ตัวละครหลัก จะต้องแนบอิงอยู่กับเป้าหมายใหญ่ของโรงหนัง (หรือเป็นกลุ่มคนที่ยังเดินเข้าโรงหนังอยู่) ซึ่งก็คือวัยรุ่น และสาม จะต้องมีดาราแม่เหล็ก เป็นตัวเรียกแขกหรือ “ตัวดูด” คนดู สำหรับ Last Summer ก็คือน้องปันปัน-สุทัตตา และ เก้า-จิรายุ ทั้งสองคน นอจากจะเป็นดาราที่กำลังได้รับความนิยมแล้ว ยังเคยมีผลงานในสายของหนังผีที่คนดูชอบกันทั่วบ้านทั่วเมือง และพอเห็นหน้าน้องปันปัน หลายคนก็พลันนึกถึงลัดดาแลนด์ (งานแจ้งเกิดของเธอ) ซึ่งนั่นก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนมโนเอาหนังเรื่องนี้ไปขึ้นเวทีเปรียบมวยกับลัดดาแลนด์
       
        “Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย” มาพร้อมกับถ้อยคำขยายที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการเป็นจุดขายอย่างไม่อาจปฏิเสธ “คนพลาดไม่อยากจำ แต่คนตายอยากบอก” กระตุ้นความอยากรู้ของคนดูได้เป็นอย่างดี หนังมีผู้กำกับสามคน แยกกันกำกับตามโครงสร้างหนังที่แบ่งตัวเองเป็นสามส่วน เป็นสามมุมมองของสามตัวละครที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเด็กสาวชื่อ “จอย” ซึ่งเสียชีวิตตอนไปเที่ยวทะเลกับเพื่อน 3-4 คน โจทย์ของหนังก็อย่างที่ถ้อยคำในสามบรรทัดก่อนบอกเลยครับว่า ขณะที่คนซึ่งเกี่ยวข้องกับการตายของจอย อยากจะให้เรื่องมันจบๆ ไป แต่ “ผีจอย” ดูคล้ายจะไม่ชอบที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น เธอจึงวนเวียนมาหลอกหลอนราวกับวิญญาณอาฆาต
       
        ในแง่ความบันเทิง Last Summer ยังคงไม่ไปไหนไกลจากหนังผียุคสิบปีที่ผ่านมา หนังใช้ทักษะของ “ผีสะดุ้ง” หรือ “ผีซาวด์เอฟเฟคต์” อย่างเต็มรูปแบบ จังหวะจะโคนในการทำให้คนดูสะดุ้ง ค่อนข้างเรียบง่ายเดาได้ ก่อนผีจะออก ต้องมีซาวด์นำวิญญาณ สำหรับคนที่ชอบสะดุ้งชอบตกใจ อาจจะชอบใจพอสมควร ผมว่าส่วนที่หนังทำได้ดีมากๆ คือส่วนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นตอนเริ่มต้นตั้งแต่ไปเที่ยวทะเลจนถึงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด (ตามด้วยส่วนที่สอง และสาม ตามลำดับ) ผมว่าในส่วนนี้หนังจัดบรรยากาศและอารมณ์ความหลอนได้ดี มันมีความกดดันอยู่ในนั้นอย่างเต็มเปี่ยม ผมว่าหนังผีที่จะสนุก ต้องกดดันบีบคั้นอารมณ์คนดูได้ สิ่งเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่อัดซาวด์เอฟเฟคต์ใส่คนดูอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่สถานการณ์ในเรื่องก็ต้องเข้าขั้นวิกฤติด้วย ซึ่งในหนังส่วนนี้ ถือว่าทำได้ดีและถึง ส่วนอีกสองตอนก็ดีลดหลั่นกันไป
       
        โดยภาพรวม ผมรู้สึกว่า หนังผ่านการวางแผน วางพล็อต ผูกปม และวิธีการที่จะคลี่คลายได้น่าชม เรื่องราวดูมีเหตุมีผล ที่เป็น “แรงขับ” หรือ “แรงจูงใจ” ของตัวละครแต่ละตัวในการกระทำพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งสุดท้าย ทั้งหมดทั้งมวลล้วนไปจบลงตรงจุดศูนย์กลางร่วมกัน คือ หลายสิ่งที่ทำ มันเป็น “ความผิดพลาด” ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนอีกคน แม้ปรารถนาจะลบเลือนให้เป็นอดีตที่พ้นผ่าน หรือ “ปล่อยให้มันจบๆ ไป” แบบเดียวที่ตัวละครบางตัวพูดไว้ในเรื่อง แต่การกระทำนั้น มันก็ได้ทำร้ายคนอีกคนไปเรียบร้อยแล้ว
       
        ผมว่าหนังพยายามกวาดต้อนเรื่องราวทุกๆ ส่วนให้ม้วนมาบรรจบกันได้ดีในแง่ของประเด็น การแก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น และความรู้สึกของความต้องการที่จะเป็นคนที่ดูมีคุณค่า “เท่ากับ” หรือ “เหนือกว่า” คนอื่น กลายเป็นแรงขับให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ มันคือหนังผีซึ่งมีเนื้อหาที่น่าขบคิดได้ไม่น้อย มันกินพื้นที่ตั้งแต่เรื่องครอบครัวพ่อแม่ (อยากให้ลูกได้ดี จนบางทีไม่สนใจวิธีการหรือรายละเอียดอื่นใด) เรื่องวัยรุ่นวัยคึกที่บ่อยครั้งก็ทำอะไรไปโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดตามมา เรื่องการแข่งขันในสังคมที่แม้แต่เพื่อนบางทียังมีอิจฉาเพื่อน หรือแม้แต่การที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่ออะไรทั้งสิ้นหรือไม่คำนึงถึงความรู้สึกคนอื่นของผู้คนในโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก (นึกจะโพสจะว่าอะไร ก็ทำได้แบบฉับพลัน) เหล่านี้คือตัวอย่างประเด็นเนื้อหาที่สามารถจับต้องสัมผัสได้ใน Last Summer
       
        อย่างไรก็ตาม มาถึงการที่ใครหลายคนพยายามนำไปเปรียบเทียบกับหนังอย่าง “ลัดดาแลนด์” ผมมองว่าก็เป็น “ความพยายาม” ที่จะมองในมุมดีๆ
       
        ลัดดาแลนด์ นั้นหนักแน่นทั้งในแง่ของประเด็นและการควบคุมบรรยากาศตลอดจนอารมณ์ของเรื่องได้ชนิดที่เรียกได้ว่า ความกดดันมันโอบล้อมเรื่องราวทุกส่วนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แม้จะเป็นหนัง “ผีผ่าง” แบบพึ่งพาซาวด์เอฟเฟคต์อยู่เยอะเหมือนกัน แต่ทว่าบรรยากาศความน่าสะพรึงกลัว ก็เป็นความโดดเด่นที่หนังทำได้ดีถึงดีมาก เรื่องผีดูน่ากลัว ขณะที่ปัญหาของตัวละครที่ยังมีชีวิต (แบบเจอวิกฤต) ก็ดูกดดันไม่แพ้กัน กล่าวสั้นๆ ก็คือ หมัดฮุกด้านเนื้อหาของลัดดาแลนด์ มันจะแจ้งชัดเจนกว่า last Summer ซึ่งเราต้องค่อยๆ ตามเก็บไปทีละจุด
       
        กระนั้นก็ตาม ผมยังคงมีความเห็นว่า Last Summer เป็นการออกสตาร์ทที่ดีมากๆ ครับสำหรับค่ายหนังน้องใหม่อย่างทาเลนต์ วัน เพราะมันไม่มีอะไรที่ถือเป็นความผิดพลาดถึงขั้นที่ว่า “ไม่อยากจำ” หนังเรื่องต่อไปของทาเลนต์ วัน ถ้าจะเกาะเกี่ยวอยู่กับอะไรที่เป็นซัมเมอร์ๆ อีกก็ไม่ว่ากัน เพราะซัมเมอร์นั้น ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าหยิบมาเล่า อาจจะเป็น...
       
        Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉัน ‘โชห่วยโชว์สวย’
        คนพลาดไม่อยากจำ
        แต่คนไทยอยากบอก (เหอๆ) 








ขาวใสอย่างหมออ้อย ด้วย B-Zye plus



B-ZYE PLUS บีซายพลัส โทร.089-071-8889 http://www.VivaAragon.com หรือ http://goo.gl/hz1d9
B-ZYE PLUS บีซายพลัส กระชับจุดซ่อนเร้น กระชับทรวงอก ระงับกลิ่น หน้าใส อกเฟิร์ม ผิวขาวอมชมพู อกฟู รูฟิต มีลูกยาก

“กุ๊บกิ๊บ” สารภาพคิดถึง “มาริโอ้” แจงคบมาเป็น 10 ปีจะให้ตัดใจง่ายๆ ก็ไม่ใช่



“กุ๊บกิ๊บ” รับยังคิดถึง “มาริโอ้” บอกคบมาเป็น 10 ปีจะให้ตัดใจง่ายๆ ก็ไม่ใช่ ตอนนี้คุยกันเฉพาะที่จำเป็น พร้อมปัดไม่รู้ “พิชญ์” จีบหรือไม่ แจงสนิทกันนานแล้ว ชมพิชญ์นิสัยดี รับไปกินข้าวกับแม่ฝ่ายชาย แต่ปัดไปดูตัว
       
       ปกติเวลาเกิดอะไรขึ้นในชีวิตสาว “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย”ก็จะชอบโพสต์ลงในอินสตาแกรมตลอด อย่างช่วงหลังๆ ก็โพสต์ภาพกอดตุ๊กตาหมีแล้วเขียนบรรยายภาพว่า “Miss You” และภาพถ่ายที่หน้าโรงเรียนพร้อมเขียนบรรยายว่าเคยมารอคนนึงหน้าโรงเรียนนี้ ทำเอาหลายคนคิดว่าสาวกุ๊บกิ๊บยังไงไม่ลืมรักเก่าหนุ่ม “มาริโอ้ เมาเร่อ” ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าบางทีก็ยังมีคิดถึงอยู่บ้าง
       
       “ไม่ใช่ (รากเสียงยาว) อย่าไปโยงถึงโอ้เลย สงสารเขานะอะไรก็ไปโยงถึงโอ้ คือตุ๊กตาตัวนั้นต้องบอกว่ามันเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ตั้งไว้ที่โรงแรมที่กิ๊บไปเที่ยวภูเก็ตกับเพื่อน เราก็โพสต์คิดถึงว่าอยากกลับไปเที่ยวอีกเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร ก็ขอบคุณทุกคนที่ยังอยากให้โยงถึงกันอยู่ แต่ไม่มีอะไรแล้ว เราก็เป็นแค่เพื่อนกัน”
       
       “แต่ถ้าถามกิ๊บว่ามีคิดถึงไหม ก็มี เพราะเราก็คบก็คุยกันมานานมันก็คงต้องมีบ้าง ก็ยังได้คุยกับโอ้บ้าง แต่เฉพาะที่จำเป็น ส่วนรูปโรงเรียนที่บอกว่าเคยมารอคนนึงหน้าโรงเรียนนี้ก็คิดถึงเพื่อนๆ ค่ะ อย่าโยงถึงโอ้เลย สงสารเขา ให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามกาลเวลาของมันดีกว่า เราเองก็ยังไม่รู้เลยว่าวันข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร ก็ให้มันค่อยๆ เป็นไป”
       
       “ตอนนี้กิ๊บอยากอยู่กับตัวเอง ตอนนี้แต่ละคนต่างอยากลองใช้ชีวิตของตัวเองดู เรายังมีความรู้สึกดีๆ ให้เสมอ เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คือกิ๊บก็เข้าใจเราคบกันมานาน ทุกคนก็ยังติดภาพกิ๊บกับโอ้อยู่ คือกับโอ้จะให้มาตัดไปทันทีเลยมันคงไม่ได้ เพราะเราคบกันมานาน คบกันมา 10 ปี อีกอย่างวงสังคม เพื่อนๆ ที่เราคบอยู่ก็เป็นเพื่อนเดิมๆ ที่รู้จักทั้งโอ้และกิ๊บ อีกอย่างตอนนี้เราไปไหนก็ยังพูดอยู่เลยว่านี่ไงกุ๊บกิ๊บแฟนมาริโอ้ แต่เราก็เข้าใจนะ ไม่โกรธ”
       
       ส่วน “พิชญ์ กาไชย” บอกยังไม่พร้อมเปิดใจคบ เพราะจิตใจตนยังไม่แข็งแรงพอ รับกินข้าวกับแม่ฝ่ายชายมาแล้ว ปัดฝ่ายชายพาไปดูตัวแต่เจอกันในฐานะลูกเพื่อน
       “เอาจริงๆ พี่พิชญ์เราก็รู้จักกันมานานแล้ว รู้จัก สนิท แต่ถ้าถามว่ามาจีบเป็นแฟนไหม ยังนะ คือเราไม่รู้นะว่าตัวเขายังไง แต่ตอนนี้ตัวเรายังไม่พร้อม ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า มันไม่ใช่ว่าเกี่ยวกับยังไม่ลืมโอ้ แต่มันยังมีหลายอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ พอเราโสดเราก็อยากทำ อยากคิดดีๆ ก่อนว่าเราชอบอะไร อยากทำอะไรต่อ”
       
       “แต่ถามว่าปิดไหมก็ไม่ได้ปิด เราโสดจะไปไหนมาไหน ดูหนัง กินข้าวกับใครก็ได้ แต่เรายังไม่ได้เน้นว่าคนนี้เป็นอะไรกับเรา ตอนนี้เรายังไม่พร้อม เรายังไม่รู้ใจตัวเองว่าจะเอายังไง วันนึงร่าเริง อีกวันนึงเศร้า แต่ให้กิ๊บไปเปิดตัวคบใครเลยมันก็ไม่ใช่ กิ๊บไม่อยากเอาชีวิตใครมาผูกติดไว้กับเรา ทั้งที่เราเองก็ยังไม่มั่นคง”
       
       “เรื่องรูปคู่ที่เขาลงอันนี้ต้องไปถามเขาว่าคิดอะไร ณ ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน สมมตินะถ้ากิ๊บกับพิชญ์เราคบกัน เราก็บอกอยู่แล้ว ไม่ปิดอยู่แล้ว เอาตรงๆ ว่าเรายังไม่มั่นใจอะไรเลย เราเองก็เจอกันบ้าง ด้วยเราสนิทกันมานานแล้ว เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ตอนนี้เราโสดก็เลยมีเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อนบ่อย เขาเองก็รู้ว่าเรายังไม่พร้อม เพราะกิ๊บมีอะไรก็จะปรึกษาพี่พิชญ์ตลอด เขาก็เป็นคนให้คำปรึกษาได้ดี”
       
       “เอาเป็นว่าถ้าหากกิ๊บพร้อมจะเริ่มศึกษากับใครจริงจัง กิ๊บก็จะบอกแน่นอน เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่กิ๊บจะต้องมาปิด เพราะกิ๊บกับโอ้เราก็เลิกกันแล้ว แต่ตอนนี้ที่กิ๊บต้องแคร์คือจิตใจของเรามากกว่า พี่พิชญ์โอเคเลยนะเท่าที่เรารู้จัก เขานิสัยดีคนนึงเลย คือในโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์หมดหรอก แต่ตอนนี้เรายังไม่พร้อมจริงๆ ตอนนี้เรียกว่าโสดได้เต็มปาก (ล่าสุดมีคนเห็นไปกินข้าวกับคุณแม่ของพิชญ์ด้วย เหมือนพาเราไปให้แม่ดูตัว?) ไม่ได้ไปดูตัว เรื่อยๆ คงไม่ขนาดนั้น เพราะเราก็เป็นเพื่อนกัน คุณแม่น่ารักดีค่ะ”


ขาวใสอย่างหมออ้อย ด้วย B-Zye plus



B-ZYE PLUS บีซายพลัส โทร.089-071-8889 http://www.VivaAragon.com หรือ http://goo.gl/hz1d9
B-ZYE PLUS บีซายพลัส กระชับจุดซ่อนเร้น กระชับทรวงอก ระงับกลิ่น หน้าใส อกเฟิร์ม ผิวขาวอมชมพู อกฟู รูฟิต มีลูกยาก

“โป๊ป” ปัดดีแตก ทำตัวเรื่องมาก-เล่นเซ็กซ์โฟน




“โป๊ป” โต้เรื่องมากมางานสาย ยันตนเป็นคนตรงเวลามาก แต่ยอมรับอัปค่าตัวเพราะเรียกไปแล้วยอมจ่าย เจ้าตัวปฏิเสธเป็นพระเอก P ชอบเซ็กซ์โฟน

     
       อยู่ดีๆ ก็งานเข้าซะแล้ว สำหรับพระเอกหนุ่ม “โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” เพราะมีคนเม้าท์กันให้แซดว่าพระเอกอักษรย่อ ป.เรื่องมากมางานสาย แถมยังอัปค่าตัวอีกด้วย งานนี้พระเอกที่มีชื่ออักษรย่อ ป.เลยสะเทือนกันใหญ่ หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่ม “โป๊ป” แต่เจ้าตัวยันชัดไม่ใช่ตัวเองแน่นอนเพราะเป็นคนตรงต่อเวลามาก
     
       “ผมเป็นคนมาตรงต่อเวลามากเลย แล้วก็ไม่ได้เรื่องเยอะด้วยครับ แล้วส่วนค่าตัวก็ขึ้นตามเวลา ก็จริงครับ ก็ขึ้นมานิดหน่อยครับ แต่ไม่ได้ขึ้นเยอะแยะมากมายขนาดนั้น ที่ขึ้นเพราะว่าเราเรียกไปเท่านี้แล้วเขายอม คือเราก็เรียกไปปกติ แล้วเขาก็จ้างเรามา ไม่ใช่ว่าเรียกแล้วเขาจะมาขอต่อแบบสุดๆ มันก็ไม่ใช่ แต่ถ้าคนจะมองว่าเป็นเราก็ไม่รู้สึกยังไงครับ ก็เฉยๆ อาจเป็นคนอื่นก็ได้ครับ แต่ถ้าถามผม ผมก็ตอบไปแบบนี้แล้วกันครับ”
     
       ปัดเป็นพระเอกอักษรย่อ P ชอบเล่นเซ็กซ์โฟน
       “เรื่องนี้ไม่ขอตอบแล้วกันครับ เพราะว่าไม่เคยเล่น (เคยมีใครโทร.มาเซ็กซ์โฟนกับเราหรือเปล่า?) ไม่มี ไม่มีเลยนะ ใครจะมาเล่นอะไรแบบนี้กับผม (หัวเราะ) แล้วก็ไม่เคยเจอโรคจิตนะ ยืนยันเลยครับว่าไม่เคยเล่น แต่ก็รู้จักนะ แหม...ใครจะไม่รู้จักเซ็กซ์โฟนล่ะ แก่ป่านนี้แล้ว”
      
      



ขาวใสอย่างหมออ้อย ด้วย B-Zye plus



B-ZYE PLUS บีซายพลัส โทร.089-071-8889 http://www.VivaAragon.com หรือ http://goo.gl/hz1d9
B-ZYE PLUS บีซายพลัส กระชับจุดซ่อนเร้น กระชับทรวงอก ระงับกลิ่น หน้าใส อกเฟิร์ม ผิวขาวอมชมพู อกฟู รูฟิต มีลูกยาก

“ชมพู่” เตรียมเป็นสะใภ้หมื่นล้าน แต่ง “น็อต” ปีหน้า




32 กะรัตมัดใจ “ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต” กับแฟนหนุ่ม “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” แต่งแน่ ปีหน้า หวานน้ำตาลเรียกพี่ สุขล้นออก น็อต สุดหวานเนรมิตวันเกิดให้ ราวกับงานแต่งย่อมๆ สะใภ้ใหญ่ไปก่อนส่วนสะใภ้เล็ก อย่าง “ปู ไปรยา สวนดอกไม้” กับ “โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” หวานตามกัน สานสัมพันธ์สะใภ้ครึกครื้น สองนางเอกมัดใจบ้านธุรกิจหมื่นล้าน บัลลังก์สะใภ้ที่ใครก็อิจฉานางทั้งสอง
       
       ผ่านชีวิตรักและชีวิตในวงการบันเทิงมาไม่น้อยสำหรับนางเอกสาวซูเปอร์สตาร์อีกคนที่ พอย้ายมาช่อง 3 ชื่อเสียงของเธอก็โด่งดังมากมายจาก “เรยา” จากละคร “ดอกส้มสีทอง” และมีละครเข้ามาเรื่อยๆ สำหรับ “ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต” แต่เรื่องหัวใจตั้งแต่เธอคบหาดูใจกับ “น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” ทายาทธุรกิจเกี่ยวกับหลอดไฟ และผลิตภัณฑ์แสงสว่างที่ต้องบอกว่าทั้งน็อตและชมพู่ ก็โคจรมาเจอกันและ ขึ้นแท่นเป็นสะใภ้เบอร์หนึ่ง เรียกว่าทั้งงานแสดง งานโชว์ตัว อีเวนต์ ธุรกิจ และเรื่องความรัก ชมพู่นับว่าเป็นนางเอกระดับแถวหน้าที่ต้องบอกว่า สวยและรวยมาก ก็คงไม่ผิด เพราะนอกจากงานแสดง อีเวนต์ ที่ล้นมือ ธุรกิจ ตั้งแต่ขายตุ๊กตาบลายธ์ เต้าหู้ไข่กระป๋องและน้ำหอม ธุรกิจที่เริ่มต้นของเธอก็ยังทำให้นางเอกรายนี้ ฮอตและอยู่ในกระแสมาโดยตลอด
       
       และต้องบอกว่าวันเกิดของเธอในปีนี้ในวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ฝ่ายแฟนหนุ่มอย่างน็อต วิศรุต ก็คงไม่ยอมน้อยหน้า และแน่นอนว่าในค่ำคืนวันเกิดของเธอในวันนั้นมีทั้งเซเลบริตี ดาราและเพื่อนๆ มาร่วมงานคับคั่ง ราวกับงานหมั้นน้อยๆของเธอเลยทีเดียว ซึ่งชมพู่นั้นไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตแต่แฟนหนุ่มอย่างน็อตเนรมิตงานให้ยิ่งใหญ่สมฐานะ ร้องเล่นเต้นแดนซ์กันทั้งงาน สุขใจสุขล้นทั้งเจ้าของงานและแขกที่ไปในงาน และผองเพื่อนต่างก็ยินดีกับความรักของทั้งคู่ เพราะที่ผ่านมาน็อต แทบไม่มีข่าวเรื่องสาวๆให้ชมพู่รำคาญใจ 5- 6 ปีที่คบกันมา ถ้าเทียบระหว่างพี่น้องน็อต โน้ต รับรองได้ว่าคนน้องเปรี้ยวกว่ากันมากทีเดียวในเรื่องข่าว
       
       ไม่เพียงแต่เรื่องราวหน้าที่การงานและการดูแลเอาใจใส่กันและกันเท่านั้น สิ่งที่ทำให้ชมพู่ขึ้นนั่งแท่นในดวงใจ คนบ้านรังษีสิงห์พิพัฒน์ ก็คือตอนไปนั่งเฝ้าอาการป่วยของพ่อแฟนหนุ่ม สลับคิวกับปู ไปรยา ตอนป่วยหนัก แม้ว่างานจะยุ่งแทบไม่มีเวลา จึงไม่แปลกที่ 2 สาว เข้ากันเป็นอย่างดี และดี๊ด๊าใส่กัน ท่ามกลางข่าวเกาเหลากับ “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” แต่ทั้งชมพู่ และปู ก็ดูเข้ากัน และพากันเข้าสู่สมาคมหลอดไฟได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าเส้นทางของปูกับโน้ตจะไม่ได้ได้สวยหรูเท่าของคนพี่ก็ตาม วันเกิดของชมพู่ในวันนั้นจึงคล้ายกับแฟนหนุ่มอย่างน็อตเนรมิตให้ทุกสิ่งอย่าง และเดินตามไม่ห่างตลอดทั้งงานเพื่อนๆ ดาราและไฮโซร่วมปาร์ตี้กับคอนเซ็ปต์เก๋ๆ สไตล์ “แกสบี้” ดินเนอร์กินข้าวและแดนซ์กันกระจายอย่างสนุกสนานพร้อมกับเป่าเค้กวันเกิดต่อหน้าเพื่อนๆ เช่นเอมมี่ มรกต, ไอซ์ อภิษฎา, พลอย เฌอมาลย์, แตงโม ภัทรธิดา, แอฟ ทักษอร-สงกรานต์ เตชะณรงค์ , โบว์ ชญาดา, อาเล็ก ธีรเดช ฯลฯ รวมทั้งเซเลบริตีมากมาย ต่างมาร่วมยินดีกับชมพู่และน็อตพร้อมๆกัน
       
       คนที่ปูดข่าวว่าน็อตและชมพู่ จะสละโสดปีหน้าไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ “โน้ต วิเศษ” น้องชายตัวดี ที่อวยพรชมพู่ผ่านอินสตาแกรม ตามด้วย “เอมมี่ มรกต กิตติสาระ” แต่ความจริงเพื่อนในกลุ่มที่สนิทก็ทราบล่วงหน้ากันหมดแล้วแต่อยากให้เจ้าตัวพร้อมพูดเอง แต่พอไปถาม น็อต เจ้าตัวบอกเพียงว่า พร้อมและชัดเจนเมื่อไหร่ บอกแน่นอน ก็ต้องมารอดูว่าชมพู่จะเคลียร์คิวแต่งจริงหรือไม่ เรื่องเวลายังคงสับสนและคล้ายยังรอฤกษ์ แต่ทว่าตำแหน่งสะใภ้ใหญ่คงไม่เปลี่ยนไปจากชมพู่แน่นอน และที่ยังไม่สามารถระบุฤกษ์แต่งได้อาจเพราะยังมีคนในครอบครัวทั้งสองฝ่ายป่วยอยู่ จึงอยากหาฤกษ์ที่ดีที่สุดก่อนจะแจ้งอีกครั้ง และหากมีงานแต่งจริง งานนี้ก็คงยิ่งกว่างานช้างอย่างแน่นอน
       
       คอนเฟิร์มจากคนใกล้ตัว สองคนนี้หวานเสมอต้นเสมอปลาย เรียก “พี่จ๋า” ตลอดทั้งวัน และโทร.หากันไม่ขาดสาย แม้ว่างานยุ่งปานใด ชมพู่ก็จะหาเวลาไปดูแลหวานใจและครอบครัวอีกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่แปลกที่คนทั้งในครอบครัวของน็อตต่างจะหลงรักและอยากเห็นสองคนนี้ลงหลักปักฐานกันเสียที
       
       สะใภ้ใหญ่จ่อคิววิวาห์ สะใภ้เล็กอย่าง “ปู ไปรยา” กับ “โน้ต วิเศษ” ก็รอคิวต่อไป รักครั้งนี้ วางตัวดีกว่าทุกครั้ง แถมเข้าทางผู้ใหญ่สุดฤทธิ์ นานๆทีจะเห็นสะใภ้ “สมาคมหลอดไฟ” เข้ากันได้ดี ปีหน้าตามดูอีกที แต่ที่แน่ๆวันเกิดปีนี้ของชมพู่ สุดแสนชุ่มชื่นใจ และคงไม่มีใครสุขเกินนางในเวลานี้อย่างแน่นอน และคงมีนางเอกไม่กี่คนที่สมหวังในเรื่องงาน ธุรกิจ และความรักในเวลาพร้อมๆกัน เพื่อนเจ้าสาวพร้อม เพื่อนเจ้าบ่าวพร้อม รอแต่บ่าวสาวจะได้ฤกษ์ลงตัวเท่านั้นเอง
       .........................................................................
       
       ที่มา นิตยสาร ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 196 วันที่ 6-12 กรกฎาคม 2556 






ขาวใสอย่างหมออ้อย ด้วย B-Zye plus



B-ZYE PLUS บีซายพลัส โทร.089-071-8889 http://www.VivaAragon.com หรือ http://goo.gl/hz1d9
B-ZYE PLUS บีซายพลัส กระชับจุดซ่อนเร้น กระชับทรวงอก ระงับกลิ่น หน้าใส อกเฟิร์ม ผิวขาวอมชมพู อกฟู รูฟิต มีลูกยาก